การศึกษาของไทยในกรอบอาเซียน

 

UploadImage

กระทรวง ศึกษาธิการ ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการปฏิบัติด้านการศึกษาของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน ปี 2558 ที่จะถึงนี้ โดยกำหนดกรอบอาเซียนแนวทางการศึกษาไทยดังนี้

1.สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนิน งานภายใต้กรอบรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน กรอบประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา เสริมสร้างความตะหนักเกี่ยวกับอาเซียน และการจัดตั้งสถาบันนานาชาติเพื่อพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

2.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี โครงการ Education Hub School และอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ Spirit of ASEAN (Sister/Partner  School และ Buffer School) สำหรับกิจกรรมที่จะดำเนินการในปี 2554 คือการพัฒนาหลักสูตรและสื่อเกี่ยวกับอาเซียน รวมทั้งกิจกรรมค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน

3.สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มี โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษามาเลเซีย-อินโดนีเซีย-ไทย การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้บริหารระดับสูงด้านการอุดมศึกษา และการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษาอาเซียน

4.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โครงการ เวทีแลกเปลี่ยนความรู้เกษตรนานาชาติ จัดการเรียนการสอนบริการสังคมร่วมกับนักศึกษาสิงคโปร์ โครงการแลกเปลี่ยนกับ Institute Of Technical Education Collage Eastสิงคโปร์ โครงการพัฒนาโรงเรียนเทคนิคลาว แลกเปลี่ยนนักศึกษาทวิภาคีระดับ ปวส.กับบรูไนฯ โรงเรียนพระราชทานฯ วิทยาลัยกำปงเฌอเตียลกัมพูชา ร่วมมือกับ SEAMEO SEAMOLEC ประเทศอินโดนีเซีย จัดการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้

5.สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา จัด โครงการสัมมนาการวิจัยการศึกษาไทย-มาเลเซีย บรรยายทางวิชาการเรื่องความตะหนักเรื่องการก้าวสู่อาเซียน บรรยายเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนและคนด้อยโอกาสให้กับผู้แทนมาเลเซีย โครงการพัฒนานโยบายการศึกษาสู่อาเซียน:กรณีศึกษาไทย-ลาว-เวียดนาม โครงการความร่วมมือไทย-ลาว โครงการความร่วมมือไทย-เวียดนาม

6.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จัด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนให้ประเทศเพื่อนบ้าน อบรมเทคนิคการจัดนิทรรศการ การนำเสนอข้อมูล ส่งเสริมความรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพชุมชนในศูนย์วิทยาศาสตร์ของ ประเทศเพื่อนบ้าน

7.สำนักบริหารงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เผย แพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องอาเซียนแก่บุคลากร ใน สช.และโรงเรียนเอกชน สนับสนุนโรงเรียนเข้าแข่งขันกีฬาประถมศึกษาอาเซียนครั้งที่ 3 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาปี 2552 กับสิงคโปร์ ร่วมสัมมนาวิชาการและนิทรรศการ การศึกษาไทยที่ประเทศเวียดนาม

8.สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คุรุ สภาได้เข้าร่วมเป็นภาคีองค์กรสมาชิกสภาครูอาเซียน โดยร่วมกับองค์กรครูในกลุ่มประเทศอาเซียน 5ประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2521 ปัจจุบันมีภาคีสมาชิก 23 องค์กรจาก 9 ประเทศ

9.เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN) ได้ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนนักศึกษาภายในอาเซียน มีการพัฒนาหลักสูตรและการประเมินหลักสูตรในสาขาวิชาต่างๆ เช่น เคมี คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานตามปฏิญญาอาเซียนด้านการศึกษาเพื่อกำหนดเป็นนโยบายดังนี้

1.การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อม ของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558

2.การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน ให้มีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเช่นความ รู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะและความชำนาญที่สอดคล้องกับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมและ การเพิ่มโอกาสในการหางานทำของประชาชน

3.การพัฒนามาตรฐานการศึกษาเพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนของนักศึกษาและครูอาจารย์ ในอาเซียน รวมทั้งให้มีการยอมรับในคุณสมบัติทางวิชาการร่วมกันในอาเซียน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆและการแลกเปลี่ยนเยาวชน การพัฒนาระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งช่วยสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต การส่งเสริมและปรับปรุงการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมทางอาชีพทั้งใน ขั้นต้นและขั้นต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมและเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาของประเทศสมาชิก อาเซียน

4.การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเสรีทางการศึกษาในอาเซียน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประกอบด้วย การจัดทำความตกลงยอมรับด้านการศึกษา การพัฒนาความสามารถ ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพสำคัญต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดเสรีการศึกษาควบคู่กับการเปิดเสรีด้านการเคลื่อนย้ายแรง งาน

5.การพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

Advertisements

8 เรื่องดีที่ลูกหลานชาวจีนควรทำรับวันตรุษจีน

ตรุษจีน 2556

รู้กันอยู่แล้วว่าเทศกาลตรุษจีนก็คือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนทั่วโลกนั่นเอง ซึ่งหากเป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่สากลอย่างช่วงวันที่ 1 มกราคม หลายคนก็จะพากันไปเดินทางท่องเที่ยว ไปทำบุญไหว้พระ สวดมนต์ข้ามปี พบปะญาติมิตรพี่น้อง เลี้ยงฉลอง เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึง ไม่ต่างจากชาวจีน ที่พวกเขาเองก็มีการถือเคล็ดความเชื่อแบบนี้ในช่วงวันตรุษจีนเช่นกัน อยากรู้ไหมว่า มีสิ่งใดที่ชาวจีนควรปฏิบัติในช่วงเทศกาลตรุษจีนบ้าง เพื่อเป็นการต้อนรับ วันตรุษจีน 2556 ที่ใกล้จะมาถึงนี้ กระปุกดอทคอม ขอนำความรู้เรื่องสิ่งที่ควรทำในวันตรุษจีนมาบอกกันค่ะ

 1. ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ผีไม่มีญาติ

คนจีนทุกบ้านจะต้องไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ เพราะเป็นธรรมเนียมที่ลูกหลานชาวจีนสืบทอดต่อกันมานานแล้ว โดยเชื่อว่า การไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ จะนำความสุขมาสู่ครอบครัวนั้น โดยในช่วงเช้า ชาวจีนจะไหว้เจ้าที่ และบรรพบุรุษ จากนั้นในช่วงเที่ยงจะไหว้ผีไม่มีญาติ และจุดขี้ไต้ไว้ 2 ชิ้น เมื่อไหว้ผีไม่มีญาติเสร็จแล้ว จะจุดประทัด และโปรยข้าวสารผสมเกลือ เพื่อเป็นการขับไล่สิ่งไม่ดีให้หมดไป

 2. ทำพิธีรับไฉ่ซิ้งเอี้ย

ไฉ่ซิ้งเอี้ย หรือ ไฉสิ่งเอี้ย คือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ให้คุณทางด้านเงินทอง และทรัพย์สิน ถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดของชาวจีนก่อนเริ่มเข้าสู่นักษัตรปีใหม่ จะเห็นได้ว่าชาวจีนหลายคนนิยมไปกราบไหว้บูชาเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยในช่วงตรุษจีนมากเป็นพิเศษ เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย เรียกโชคลาภเข้ามาสู่ชีวิต ขณะที่หลายบ้านก็จะทำพิธีรับไฉ่ซิ้งเอี้ย ในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บ จนถึงก่อนตี 1

ตรุษจีน 2556

 3. ประดับตุ๊ยเลี้ยง (คำกลอนอวยพรปีใหม่) ในบ้าน

หากได้ไปเยือนบ้านคนจีน เราคงจะเห็นกระดาษสีแดง ๆ เขียนอักษรภาษาจีนสีทอง หรือสีดำตัวใหญ่ ๆ แปะอยู่ในบ้าน และที่ประตูบ้าน สิ่งนั้นเรียกว่า “ตุ๊ยเลี้ยง” หรือ คำกลอนอวยพรปีใหม่ของคนจีน ซึ่งเป็นคำกลอนที่มีความหมายดี ๆ อวยพรให้ร่ำรวย มั่งมีเงินทอง มีความสุข มีโชคมีลาภ ค้าขายได้กำไร ส่วนแผ่นที่ติดตรงประตูนั้นจะเขียนคำว่า “ชุก ยิบ เผ่ง อัง” แปลว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัยนอกจากนี้ ชาวจีนจะติดภาพเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า “หนี่อ่วย” ไว้ในบ้านด้วย เพราะถือว่าเป็นภาพมงคลของจีน

 4. กินเจในมื้อแรกของวันตรุษจีน

ในเช้าวันใหม่ของวันชิวอิก หรือวันขึ้นปีใหม่ (ปี 2556 ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556) ชาวจีนหลายบ้านจะรับประทานอาหารเจกันในมื้อแรกของปี งดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ เพราะเชื่อว่าจะได้บุญเหมือนกับการกินเจตลอดปี

 5. ใส่เสื้อผ้าใหม่ ๆ สีสันสดใส

มีธรรมเนียมของชาวจีนอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมานานแล้ว นั่นก็คือ ชาวจีนจะนิยมหยิบเสื้อผ้าสีสันสดใส สีสว่าง ๆ เช่น สีแดง สีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งความสุข สีของความมงคลออกมาใส่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ เพราะเชื่อว่าจะนำความสว่างสดใส และเจิดจ้ามาให้ผู้สวมใส่ รวมทั้งใส่เสื้อผ้าใหม่ ๆ ด้วย ทั้งเด็กเล็ก ๆ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อเอาเคล็ดในวันปีใหม่ให้ชีวิตสดใสราบรื่นเบิกบานไปตลอดปี ส่วนเสื้อผ้าสีขาว สีดำ ถือเป็นสีต้องห้ามในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะเป็นสีไว้ทุกข์ แสดงถึงความโศกเศร้า

 6. รวมญาติกินเกี๊ยว

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นโอกาสหนึ่งที่หลาย ๆ ครอบครัวจะได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เพื่ออวยพรวันปีใหม่ และพบปะสังสรรค์กัน จึงถือเป็น “วันรวมญาติ” อีกหนึ่งวัน ซึ่งในวันซาจั๊บ คนในครอบครัวจะมาร่วมโต๊ะรับประทานเกี๊ยวด้วยกันในมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ ซึ่ง “เกี๊ยว” นี้ จะต้องพับเป็นก้อนให้เหมือน “เงิน” ของจีน แทนความหมายว่า มั่งมีเงินทอง

 7. อวยพรผู้ใหญ่ ด้วยส้ม 4 ผล

ตามประเพณีของชาวจีน ในวันชิวอิก ทุกคนจะนำส้ม 4 ผล ไปกราบขอพรผู้ใหญ่ ซึ่งเจ้าของบ้านนั้นก็จะต้องรับส้มมา 2 ผล และนำส้มที่ตัวเองเตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล พร้อมกับเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และสมอจีนไว้รับแขกที่มาอวยพรด้วย

ตรุษจีน 2556

 8. รับอั่งเปา-แต๊ะเอีย

ข้อนี้เด็ก ๆ คงยิ้มแก้มปริแน่นอน เพราะในวันตรุษจีนนี้ เด็ก ๆ จะได้รับซองสีแดง ๆ จากญาติผู้ใหญ่ จะเรียกว่า “อั่งเปา” หรือ “แต๊ะเอีย” ก็ได้ เพื่ออวยพรให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตแข็งแรง มีโชคลาภ ส่วนคนทำงาน คนที่มีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว ก็จะต้องให้อั่งเปากับเด็ก ๆ ในบ้านที่มีอายุน้อยกว่าด้วยเช่นกัน หรือเจ้านายจะให้อั่งเปาลูกน้องก็ได้
ยังมีความเชื่ออีกหลายข้อที่ขึ้นอยู่กับประเพณี และธรรมเนียมของแต่ละชุมชน ซึ่งแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวก็จะปฏิบัติแตกต่างกันไป เช่น บางคนอาจเชื่อเรื่องโชคลางมาก ก็อาจจะให้ซินแสช่วยหาฤกษ์ยามก่อนจะก้าวเท้าออกจากบ้านไปเยี่ยมเยียนญาติในวันปีใหม่ หรือหลายคนก็เชื่อว่า หากได้ยินเสียงนกนางแอ่นร้อง หรือเห็นนกสีแดงในวันปีใหม่ จะทำให้โชคดีไปตลอดปีก็มี

ดวงรายปี ราศีกรกฏ

ดวงรายปี  ราศีกรกฎ (15ก.ค.-16 ส.ค.) ประจำปี 2556

มกราคม ในเดือนนี้ความสำเร็จหรือชัยชนะบางอย่างที่คุณได้มุ่งหวังไว้ จะปรากฏขึ้น จะได้อบรมในหลักสูตรสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร หรือหน่วยงาน การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือเงินเดือนขึ้น จะได้รับการพิจารณาแบบโชคสองชั้น ในเดือนนี้ค่ะ

กุมภาพันธ์ ผู้ชายผิวขาวสูงวัยกว่า รูปร่างโปร่ง มีบุคลิกดี เป็นผู้นำคน มีอำนาจ มีโอกาสเป็นชาวต่างชาติ หรือลูกครึ่ง จะนำความสำเร็จมาให้คุณ อาจจะเป็นนายคุณ หรือคนรู้ใจของคุณ หรือเป็นมิตรของคุณ จะมีข่าวจากคนที่มีลักษณะดังกล่าวในเดือนนี้ค่ะ

มีนาคม ในเดือนนี้การงานของคุณดูโดดเด่นเป็นพิเศษ มีความสำเร็จที่เกิดจากความพยายาม และได้รับการยอมรับจากเจ้านาย และเพื่อนฝูง มีความมั่นคงดี และเป็นเดือนที่คุณน่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการงาน เช่น ได้รับเงินเดือนเพิ่ม หรือได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งค่ะ

เมษายน เป็นเดือนที่คุณอยากจะอยู่อย่างสันโดษ ไม่อยากที่จะข้องเกี่ยวกับใครทั้งนั้น อาจจะไปถือศีล บำเพ็ญเพียร ในบางกรณีอาจจะได้พบมิตรแก่วัยกว่า เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถสูง ให้คำแนะนำที่ดีกับคุณได้ดีค่ะ

พฤษภาคม คุณจะมีอุปสรรคบางอย่างเกิดขึ้น ในด้านการงาน ในเดือนนี้งดการเดินทางไกลไว้ก่อน ไม่ควรผลีผลามทำอะไรด้วยอารมณ์โดยเด็ดขาด ขอให้มีสติในการตัดสินใจในทุกเรื่อง หาโอกาสไปทำบุญตักบาตร หรือทำสังฆทาน กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ก็จะดีค่ะ

มิถุนายน ในเดือนนี้ถือว่าเป็นเดือนที่มีความอุดมสมบูรณ์ในชีวิตค่อนข้างมาก คุณจะได้พบคนดีที่คุณรอคอย มิตรที่ถูกใจ คุณจะมีเกณฑ์ได้ข่าวดีที่เป็นมงคลจากญาติมิตร หากเดือนนี้คุณไม่คิดจะเดินทางไปไหนเลย คุณจะได้พบคนที่ไม่ได้พบนานมากเดินทางมาหาคุณค่ะ

กรกฎาคม ในเดือนนี้คุณจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเด่นชัด จะมีข่าวดีในการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ได้เงินเดือนขึ้น มีความสำเร็จดี หากคิดจะศึกษาต่อในเดือนนี้มีเกณฑ์ดีมากค่ะ

สิงหาคม ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เริ่มขึ้นแล้วค่ะ คุณจะได้รับข่าวความก้าวหน้าของคุณ เกิดจากความสามารถในการทำงานที่ฉลาด และรอบคอบของคุณเอง บัดนี้ถึงเวลาที่คุณจะได้รับผลลัพธ์ที่คุณได้ทำไว้
แล้วค่ะ ไม่ว่าคุณจะได้รับเงินเดือนขึ้น หรือได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือได้รับการประกาศเกียรติคุณในการทำงานด้วยความขยันของคุณในเดือนนี้ค่ะ

กันยายน คุณจะรู้สึกไม่สมหวังในบางสิ่งที่คุณได้ตั้งความหวังไว้ แต่สิ่งที่คุณไม่ได้คาดคิดกลับได้รับเข้ามาฉะนั้นในเดือนนี้คุณอย่าตั้งความหวังอะไรมากเกินไป ระวังสุขภาพระบบกระเพาะ และลำไส้ไว้บ้างค่ะ

ตุลาคม ในเดือนนี้ขอให้คุณตั้งใจทำงานในหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด นะคะ เพราะจะมีผู้ใหญ่ให้ความสนับสนุนให้โอกาสในการแสดงฝีมือ ทำให้คุณมีความก้าวหน้า จะมีเกณฑ์ดีในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือได้รับเงินเดือนขึ้นในเดือนนี้ด้วยค่ะ

พฤศจิกายน เป็นเดือนที่คุณต้องทำงานหนักมาก อยู่นิ่งเฉยไม่ได้เลย ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปหมด คุณเลยต้องดำเนินการเองทั้งหมด ทำให้คุณเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก แต่จะมีผู้ใหญ่เห็นความอุตสาหะของคุณนะคะ จะมีความก้าวหน้าดีมากในเดือนนี้ค่ะ

ธันวาคม คุณมีเกณฑ์ที่จะต้องตัดสินใจเลือกทางเดินทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการงาน หรือการศึกษา และแม้แต่ความรัก หากคุณทำการค้าเกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสาร จะค้าขายดีมาก ในเดือนนี้สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสำเร็จในอนาคตค่ะ

ความสำคัญของครู

 

อาชีพทุกอาชีพย่อมมีความสำคัญต่อบุคคลและสังคมด้วยกันทั้งสิ้น  ยากที่จะกล่าวอ้างว่าอาชีพใดมีความสำคัญกว่ากัน  แต่ถ้าเรามาพิจารณาเฉพาะวิชาชีพครูให้ลึกซึ้งแล้วจะเห็นว่า  ผู้เป็นครูนั้นต้องรับภาระหน้าที่ต่อสังคมและชาติบ้านเมือง  หากผู้เป็นครูปฏิบัติภาระที่ตนเองได้รับบกพร่อง  ผลกระทบก็จะตกไปถึงความเสื่อมของสังคมและชาติบ้านเมือง  เพื่อให้นักศึกษาครูได้ตระหนักถึงความสำคัญของครู  จึงขออัญเชิญพระราโชวาทของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครู  ณ.อาคารใหม่สวนอัมพร  วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2523 มากล่าวในที่นี้  ดังปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า

“…หน้าที่ของครูนั้นเป็นหน้าที่ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการปลูกฝังความรู้ ความคิด และจิตใจให้แก่เยาวชน เพื่อที่จะได้เติบโต ขึ้นเป็นผลเมือง
ที่ดีและมีประสิทธิภาพของประเทศชาติในกาลข้างหน้า ผู้เป็นครูจึงจัดได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทอย่างสำคัญ ในการสร้างสรรค์บันดาลอนาคตของชาติบ้านเมือง…”

และอีกตอนหนึ่งเป็นพระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครู  ณ อาคารใหม่สวนอัมพร  วันพุธที่18 พฤษภาคม  พ.ศ.2526  ความตอนหนึ่งว่า

“…อาชีพครูถึงว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญมั่นคง และก่อนที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญได้นั้น จะต้องพัฒนาคน ซึ่งก็ได้แก่เยาวชนของชาติ เสียก่อน เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าสมบูรณ์ทุกด้าน จึงจะสามารถช่วยกันสร้างความเจริญให้แก่ชาติต่อไปได้ …”

พระราโชวาทของทั้งสองพระองค์ดังกล่าว  สามารถสรุปความได้ว่า  ผู้ที่เป็นครูนั้นมีความสำคัญอย่างมาก  เพราะครูเป็นผู้ปลูกฝังความรู้สึกความคิดและจิตใจและพัฒนาเยาวชนให้มีความเจริญในทุกๆด้าน  เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป

จากพระราโชวาทของทั้งสองพระองค์ตามที่ได้อัญเชิญมานี้  เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นถึงความสำคัญของบุคคลที่เป็นครูที่มีต่อความเจริญของบุคคลและชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง  ทั้งนี้เพราะ “ชาติบ้านเมืองจะมีความเจริญมั่นคงอยูได้  ก็เพราะประชาชนในชาติได้รับการพัฒนาอย่างถูกวิธี   การพัฒนาคนจะดำเนินไปอย่างถูกต้องก็เพราะมีระบบการศึกษาที่ดี  และระบบการศึกษาจะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  ก็เพราะมีครูที่มีคุณภาพ”

สาระน่ารู้เี่กี่ยวกับความหมายของดอกไม้ตามวันเกิด

คนที่เกิดวันอาทิตย์

ต้นไม้ประจำวันเกิดเป็น ต้นพวกแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิดเป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์ผู้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือร้น เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย

 

คนที่เกิดวันจันทร์

ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี ดอกไม้ประจำวันเกิดคือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชนิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพราะคนเกิดวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติกและช่างฝัน

 

คนที่เกิดวันอังคาร

ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมาก ๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุข ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้

 

คนที่เกิดวันพุธ

ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะ ต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะ ๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรักสันติภาพ ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชนิดนี้หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน

 

คนที่เกิดวันพฤหัสบดี

เธอที่เกิดวันนี้ มีต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์และ ต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลืองหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักง่ายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็ก ๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือ ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริง ๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ

 

คนที่เกิดวันศุกร์

ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่เกิดวันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน ส่วนดอกไม้เหมาะสำหรับเธอคือ กุหลาบทุกสีเพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ล้นเหลือ หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบ ดอกไวโอแลต ว่า”ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ” คนที่เกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอนไปครองอีกดอกหนึ่ง

 

คนที่เกิดวันเสาร์

จะมีต้นไม้พวก ต้นกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิลเป็นต้นไม้ประจำวันเกิด และดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์ เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว